Let's Clean Klong รอบวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2569
สมาคมยุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย (YSDA) ได้จัดกิจกรรม “Let’s Clean Klong” ณ บางซื่อ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืนเรื่อง “เมือง” ผ่านกรณีศึกษาเรื่องคลอง ซึ่งมักถูกมองข้าม ทว่าเมื่อเกิดวิกฤตอย่างอุทกภัย ปัญหาที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสีย ขยะ หรือการบริหารจัดการของแต่ละภาคส่วน จึงกลับมาปรากฏเด่นชัดอีกครั้ง
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้เยาวชนตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่มีต่อวิถีชีวิตผู้คน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมร่วมกันขุดรากถอนโคนปัญหา และเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะในคลองผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคม
ช่วงเช้า : ทำความรู้จักกับ YSDA และความยั่งยืน
กิจกรรมช่วงเช้าเริ่มที่การสร้างปฏิสัมพันธ์ ละลายพฤติกรรม และทำความรู้จักกันระหว่างผู้เข้าร่วม ก่อนจะเข้าสู่การแนะนำบทบาท เป้าหมาย และทิศทางในการดำเนินงานของ YSDA เพื่อสร้างความเข้าใจกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในขั้นพื้นฐาน
The Worlds of Sustainability: กิจกรรมที่จะให้ผู้เข้าร่วมได้สวมบทบาทสมมติ และตัดสินใจเลือกทางออกสำหรับสถานการณ์จำลอง เพื่อพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ปัญหาผ่านมุมมองที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม และร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนท่ามกลางโลกที่ทุกคนมีความแตกต่างกัน
ช่วงบ่าย : การมองเจาะลึก และร่วมเสวนาเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร
เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมขังในช่วงบ่าย ส่งผลให้ไม่สามารถลงพื้นที่จริงได้ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์สูงสุดและสอดคล้องกับสถานการณ์
Dialogue : กิจกรรมพูดคุยและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ช่วยพัฒนาทักษะการระดมสมอง การมองปัญหาจากหลากหลายมิติ และการคิดเชิงลึกเพื่อค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหา
กิจกรรมเสร็จสิ้นลงด้วยการบันทึกภาพความประทับใจร่วมกัน YSDA ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมระดมความคิดเพื่อสร้างกลไกกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในปัญหาเรื่องคลอง และขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนขึ้นอย่างแท้จริงในสังคมต่อไป
เขียนโดย ฐิรกร วัฑฒานนท์
ถอดบทเรียน
“การที่ผมได้มาเป็นสตาฟในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสขที่ดีองผมมาก ๆ ในการที่จะได้มาเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถหาได้จากแค่การเรียนในห้องเรียน และการร่วมเสวนาในปัญหาของขยะในคลองที่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องเจอในชีวิตประจำวัน อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังทำให้เราต้องเกิดคำถามว่าเราเห็นปัญหาแล้ว ในฐานะเยาวชนคนนึงเราจะสามารถทำยังไงให้เรื่องเหล่านี้มันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นการได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้อื่นที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้เหมือนที่เราได้เห็นในวันนี้”
จาก ฐิรกร วัฑฒานนท์ (เล้ง) - กรุงเทพมหานคร (Staff)
“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนูได้เป็นพี่สตาฟ LCK ค่ะ แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เป็นใจ แต่ทุก ๆ คนสู้มาก ๆ บางคนมาจากต่างจังหวัด บางคนลุยน้ำมา มันทำให้หนูรู้สึกถึงพลังใจของทุกคน และนั้นทำให้หนูอยากสร้างกิจกรรม ประสบการณ์ที่ดีให้กับน้อง ๆ ที่ตั้งใจมาค่ายในครั้งนี้ค่ะ หนูดีใจที่เห็นน้อง ๆ เอนจอยและตั้งใจมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ตัวหนูเองก็ได้พัฒนาอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนกัน ได้มิติ มองมุมใหม่ ๆ ผ่านการถอดบทเรียน ได้เห็นความไม่ปกติที่แฝงอยู่ในความปกติในทุก ๆ วันของเรา หวังว่าค่ายในครั้งนี้จะทำให้เห็นถึงความสำคัญของประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วม และเข้าใจความเชื่อมโยงของสังคมกับตัวเรามากขึ้น ถึงจะไม่ได้ลงไปคลีนคลองจริง ๆ แต่อยากให้เห็นว่า YSDA จะเป็น platform ที่เยาวชนจะเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสังคมได้จริง และเราเอาจริงเอาจัง อยากสร้าง movement ไม่ได้มาทำเพียงแค่ event แน่นอนค่ะ ดีใจที่ได้เป็นสตาฟและได้เจอทุก ๆ คนค่าา”
จาก มีนา แก้วมณี (มีนา) - กรุงเทพมหานคร (Staff)
“ค่ายครั้งนี้เป็นค่ายที่มีความท้าทายค่อนข้างสูง เพราะมีสถานการณ์นํ้าท่วม แต่สต๊าฟทุกคนเองก็เต็มที่ถึงแม้จะเจอความท้าทาย สิ่งที่นํ้าขิงได้เรียนรู้คือการมีจิตใจที่ตั้งใจและไม่ย่อท้อต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้เติบโตไม่ใช่การมีประสบการณ์กับความสบายหรือการอยู่ในกรอบเดิม แต่เติบโตได้ก็ต่อเมื่อเจอสถานการณ์ที่ท้าทายและยากลำบาก แต่ก็ผ่านมาได้”
จาก พิมพ์พิชชา โพธิ์พัตตรา (น้ำขิง) - ปทุมธานี (คณะผู้รับผิดชอบโครงการ)
“ท่ามกลางความท้าทายหลายๆ อย่าง แต่นี่จะเป็น Let’s Clean Klong ที่เป็นประวัติกาลที่สุด ค่ายนี้ทำให้เห็นชัดเจนมากๆ ว่า ใครบอกว่าคลองไม่มีอิทธิพลกับชีวิตเรา แค่ฝนตกติดต่อกันสองวัน แต่คนกลับใช้ชีวิตลำบากมากขึ้นหลายเท่า เรื่องนี้คงโทษใครโดยเฉพาะเจาะจงไม่ได้ และปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าหนึ่งในสาเหตุก็มาจากเรา ที่ไม่ได้ใส่ใจในปัญหานี้แต่แรก จนต้องรอรับผลของการไม่ได้ทำอะไร แต่เชื่อว่าบทเรียนครั้งสำคัญนี้ก็จะทำให้คนตนะหนักถึงความสำคัญของคลองมากยิ่งขึ้น”
จาก ปภาดา ตันติยานนท์ (ซือหลิน) - กรุงเทพมหานคร (คณะผู้รับผิดชอบโครงการ)










