YSDA เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศ ในรูปแบบการแสดงผลงานนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Pitching) หัวข้อ “Net Positive Thailand นวัตกรรมเชิงนโยบายเพื่ออนาคตทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย”
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2569
สมาคมยุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย (YSDA) นำโดย คุณณภัทร เอื้อฤาชา คณะทำงานสมาคมฯ เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศ ในรูปแบบการแสดงผลงานนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Pitching) หัวข้อ “Net Positive Thailand นวัตกรรมเชิงนโยบายเพื่ออนาคตทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย” ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) เพื่อร่วมออกแบบและยกร่างกรอบนโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในห้วงปี พ.ศ. 2571 - 2575
หลักคิด Net Positive Thailand ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับนโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศ จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการ “ลดผลกระทบเชิงลบ” (Less Harm) ขยับขึ้นสู่กระบวนทัศน์ใหม่ในการสร้าง “ผลลัพธ์เชิงบวกสุทธิ” (Net Positive) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องควบคู่ไปกับการฟื้นฟู ซ่อมแซม และคืนคุณค่าให้แก่ระบบนิเวศและทุนธรรมชาติให้มีสภาพที่ดีกว่าเดิม โดยเน้นการพัฒนานโยบายบนฐานข้อมูล (Data-driven Approach) และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่
Net Positive Thailand จะทำหน้าที่เป็น “กรอบเป้าหมายเชิงบูรณาการ” (Integrative Outcome Framework) ที่เข้ามาการสร้างกรอบผลลัพธ์ร่วมเพื่อให้ยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และงบประมาณจากหลายภาคส่วนสามารถมุ่งไปสู่ทิศทางเดียวกัน และช่วยป้องกันไม่ให้การบรรลุเป้าหมายด้านหนึ่งสร้างผลกระทบเชิงลบต่อเป้าหมายด้านอื่น
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ดังกล่าวยังถูกออกแบบขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่และก้าวข้ามความท้าทายในห้วงเวลาที่ผ่านมาของประเทศไทย ที่กลไกการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมักแยกส่วนกันตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Fragmented governance) รวมถึงการที่มาตรการในอดีตมักมุ่งเน้นเพียงแค่การชดเชย (Offsetting) หรือตั้งเป้าหมายเสมอตัว (Net Zero / No Net Loss) จนกลายเป็นช่องโหว่ที่นำไปสู่การฟอกเขียว (Greenwashing) ที่องค์กรต่าง ๆ ยังคงสร้างความเสียหายในพื้นที่หนึ่งแต่ใช้ตัวเลขจากอีกพื้นที่มาหักล้าง การก้าวสู่ Net Positive ในครั้งนี้จึงเป็นโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาความไม่สอดคล้องทางการคลัง และเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็นการฟื้นฟูทุนธรรมชาติในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง
ภายในงานได้มีการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายและโครงการสำคัญ (Flagship Project) ใน 4 มิติหลัก ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่:
• ด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Health): การควบคุมมลพิษ เช่น PM2.5 ขยะอันตราย และน้ำเสียจากต้นทาง โดยผูกเป้าหมายเข้ากับสุขภาวะที่ดีขึ้นของประชาชน
• ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainable Resources): การฟื้นฟูป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเปลี่ยนการอนุรักษ์ให้เป็นโอกาสสร้างรายได้สีเขียว (Green Income) ผ่านกลไกจ่ายค่าตอบแทนบริการระบบนิเวศ (PES) ให้ชุมชนผู้ดูแลป่า
• ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): ปรับโครงสร้างการผลิตและการบริโภค ใช้เทคโนโลยีติดตามการไหลของวัสดุ (Digital Material Platform) เพื่อลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง
• ด้านความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Disaster and Climate Resilience): ยกระดับศักยภาพท้องถิ่นในการคาดการณ์และรับมือภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ
YSDA มุ่งหวังว่า ข้อเสนอแนะและเสียงสะท้อนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในเวทีนี้ จะถูกนำไปพิจารณาร่วมเพื่อปรับปรุงแผนนโยบายและโครงการให้มีความครอบคลุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่สังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง
![IMG_8593.[1]](/photos/shares/Activities mk/IMG_8593.[1].jpg)
![IMG_8594.[1]](/photos/shares/Activities mk/IMG_8594.[1].jpg)
![IMG_8595.[1]](/photos/shares/Activities mk/IMG_8595.[1].jpg)










