วันจันทร์ - วันศุกร์ 09:00 – 17:00 / วันอาทิตย์ - วันเสาร์ ปิด ysdathailand@ysda.org

Pop culture in Thailand and LGBTQ

ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เรามักจะเห็นภาพของผู้คนในหลาย ๆ ประเทศออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมกับธงสีรุ้งหกสีพริ้วไสวตามสื่อและบนโลกอินเทอร์เน็ต พร้อมกับ #PrideMonth เนื่องจากเดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของกลุ่ม LGBTQ หรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพทางเพศของตน ทุกวันนี้สื่อและอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต อีกทั้งความคิดและทัศนคติของผู้คนในสังคมเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ ได้ก้าวหน้าขึ้นตามกาลเวลา จึงมีการเปิดกว้างมากขึ้น รูปแบบของวัฒนธรรมร่วมสมัย หรือ Pop Culture โดยเฉพาะสื่อที่ให้ความบันเทิงอย่างภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครชุดหรือซีรีส์ รายการต่าง ๆ รวมถึงวงการงานเขียน เช่น นิยาย ฟิคชัน การ์ตูนคอมิค เป็นต้น มีการกล่าวถึงหรือมีตัวละครที่เป็นกลุ่ม LGBTQ มากขึ้น สื่อในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ผู้จัดทำสื่อบันเทิงของไทยได้นำประเด็น LGBTQ มากล่าวถึงมากขึ้นผ่านสื่อต่าง ๆ ข้างต้น สื่อมวลชนหรือ Mass Media มีอิทธิพลกับคนในสังคมในวงกว้าง ทำให้เกิด Media Effects ได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ สื่อสามารถใช้ขับเคลื่อนหรือชี้นำสังคมได้ และสามารถสร้างค่านิยมและความเข้าใจที่ผิดได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการสื่อสารและเนื้อหาที่ถูกถ่ายทอดออกมา 

Picture1-1
ภาพการเดินขบวนพาเหรด pride ใน Vancouver ปี 2019 (theprovince.com)

ปัจจุบันแม้สังคมไทยจะเริ่มเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่กลุ่ม LGBTQ ก็ยังคงต้องประสบปัญหาในการใช้ชีวิตและการเรียกร้องสิทธิมากมายที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียม คำถามคือ Pop Culture ในประเทศไทยได้ช่วยสนับสนุนและช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ อย่างไรบ้าง นอกเหนือจากการให้อรรถรสความบันเทิงแก่ผู้ชม

Picture2

สื่อเกี่ยวกับ LGBT บนโลกอินเทอร์เน็ต  (medium.com)

กระแส LGBTQ ใน Pop Culture ของไทย

ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ มีการผลิตของสื่อบันเทิงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ เกิดขึ้นมากมายและแพร่หลายอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย มีความนิยมโด่งดังไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ พัฒนาจากเดิมที่สื่อบันเทิงประเภทนี้เป็นเพียงวัฒนธรรมกระแสรองสู่หนึ่งใน Pop Culture อย่างเต็มรูปแบบ สังเกตได้จาก

เรตติ้งโทรทัศน์และยอดการรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ที่พุ่งสูงมากถึงหลักร้อยล้านวิว โดยเฉพาะนิยายและละครชุดเกี่ยวกับความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายหรือที่รู้จักกันในนาม Boys’Love หรือซีรีส์วาย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศญี่ปุ่น 

Picture3
ภาพรวมซีรีส์วายปี 2020 (drama.kapook.com)

ในปี 2020 มีฐานคนดูซีรีส์วายเพิ่มขึ้นถึง 328% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก เนื่องจากเนื้อหาของเรื่องที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง บวกกับนักแสดงในเรื่องที่มีหน้าตาดีถูกใจคนทั่วไป ฐานแฟนคลับที่หนาแน่น และกระแสที่ขายได้สุด ๆ ในยุคนี้อย่าง ‘คู่จิ้น’ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างกลุ่มผู้ผลิตสื่อในประเทศ โดยประเทศไทยผลิตซีรีส์วายมากที่สุดในเอเชียโดยมีจำนวน 40 เรื่องในเวลา 2 ปี  ตัวเล่มนิยายวายต้นฉบับที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์เองก็ถูกนำกลับมาตีพิมพ์และนำมาวางขายในร้านหนังสือชั้นนำ เป็นรายได้ให้กับธุรกิจสำนักพิมพ์ เกิดเป็นสำนักพิมพ์เฉพาะกลุ่มวายขึ้นมากมาย นอกจากนี้กระแสที่มาแรงของตัวซีรีส์วายยังได้ถูกนำไปต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกอีเวนต์ งานโฆษณา งานแฟนมีต คอนเสิร์ต รวมถึงสินค้าต่าง ๆ ที่ทำออกมาจำหน่ายเพื่อสนองความชื่นชอบของกลุ่มแฟนคลับ นับได้ว่าในแง่ของธุรกิจ กลุ่มผู้ผลิตสื่อและผู้เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากการผลิตสื่อบันเทิงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ เป็นจุดขายเป็นเม็ดเงินมหาศาลเลยทีเดียว แต่ในแง่ของการนำเสนอและสร้างความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ ให้กับผู้ชมล่ะ…?

 

การนำเสนอ LGBTQ ใน Pop Culture

ตามที่กล่าวไปในเกริ่นนำ Media Influence มีผลต่อความคิดและความเข้าใจของผู้ชมซึ่งเป็นคนในสังคม หากนำเสนออย่างถูกต้องก็จะเป็นเรื่องที่ดี สื่อสามารถสอดแทรกความแฟนตาซีลงไปในเนื้อหาได้เพื่ออรรถรสความบันเทิงแก่ผู้ชม แต่ไม่ควรสร้างค่านิยม หรือความเข้าใจที่ผิด เพราะอาจส่งผลต่อสังคมได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ชมเองก็ควรมีวิจารณญาณในการรับชมและสามารถแยกแยะสิ่งที่เกิดขึ้นในสื่อกับเรื่องจริงได้เช่นกัน สื่อบันเทิงไทยมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ LGBTQ ในหลายรูปแบบ ในที่นี้ ผู้เขียนต้องการที่จะนำเสนอภาพรวมของสื่อบันเทิงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ ส่วนใหญ่ที่เรามักจะเห็นกันบนหน้าจอและหน้ากระดาษและตั้งคำถามในเรื่องที่มีประเด็น ไม่ได้มีเจตนาที่จะว่ากล่าวหรือโจมตีผลงานหรือเจ้าของผลงานท่านใด

  • ตัวละครหลัก: เมื่อพิจารณาดูในหลาย ๆ เรื่องที่มีตัวละครหลักเป็น LGBTQ กำลังจะค้นพบว่าตัวเองเป็น LGBTQ มักจะถูกบรรยายหรือถูกแสดงโดยภาพที่ว่ามีหน้าตาดีแบบพิมพ์นิยม เช่น หล่อ สูง ผิวขาว มีความเป็นอยู่ที่อยู่ในขั้นที่ดี อยู่ในช่วงวัยรุ่นถึงเข้าช่วงวัยผู้ใหญ่ เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว LGBTQ สามารถพบได้ทั่วไป ไม่มีลักษณะที่เฉพาะเจาะจง 
  • การคัดเลือกนักแสดงนำ: ในการคัดเลือกนักแสดงที่จะมารับบทตัวละครหลักเหล่านี้ในซีรีส์ คณะผู้จัดจะคัดจากหน้าตาและบุคลิกที่เหมาะสมกับตัวละครนั้น ๆ และมีเคมีชวนจิ้นระหว่างสองตัวละครหลัก ประเด็นที่มีการถกเถียงกันอยู่เป็นประจำคือ เหตุใดนักแสดงที่รับบทเหล่านี้มักจะเป็น Straight แทนที่จะเป็นนักแสดงที่เป็นกลุ่ม LGBTQ ที่มีความเหมาะสมเช่นกัน มีการกีดกันโดยคณะผู้จัดเกิดขึ้นหรือไม่
  • การดำเนินเรื่อง: เนื้อเรื่องดำเนินไปตามสูตร ตัวละครหลักมีพัฒนาการตามเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เจอ ไม่ต่างจากเรื่องรักโรแมนติกทั่วไป แต่กลับมีประเภทแยกออกมาเป็นของตัวเองที่เรียกว่า ‘วาย (Y)’ ที่มาจากคำว่า Yaoi หรือชายรักชาย และ Yuri หรือหญิงรักหญิง
  • Position ของตัวละคร: ในเรื่องโรแมนซ์ทั่วไปที่สองตัวละครหลักเป็น Straight ชายหญิง เราจะเรียกพวกเขาว่า ‘พระเอก-นางเอก’ ในเรื่องประเภท Yaoi ก็มีชื่อเรียกสำหรับสองตัวละครหลักคือ ‘พระเอก-นายเอก’ ตามกรอบบรรทัดฐานทางเพศและแนวคิด Gender Binary ที่เป็นการยัดเยียดว่าเพศมีเพียงสองขั้วตรงข้ามเท่านั้น ไม่มีตรงกลาง ถ้าคนหนึ่งเป็นอย่างหนึ่ง อีกคนจะต้องเป็นอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีคนที่นิยามตัวเองเป็น Gender Fluid อยู่ด้วย
  • ฉาก Service: อาจนับได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดขายที่ดึงดูดแฟนคลับของสื่อบันเทิงประเภทนี้ ที่รู้จักกันในนาม ‘สาววาย’ ซึ่งฉาก Service ก็มีหลายรูปแบบและหลายระดับของการแสดงความรักต่อกัน จุดประสงค์หลักของฉากเหล่านี้คล้ายจะเพื่อสนองความชื่นชอบของเหล่าสาววายหรือภาษาง่าย ๆ คือ ‘ขายความฟิน’ มากกว่าเพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละคร
  • การเหมารวม: สื่อบันเทิงทั่วไปที่มีคนกลุ่ม LGBTQ มามีส่วนร่วมที่ไม่ใช่ตัวละครหลักมักจะมีคาแรคเตอร์ที่เหมือนกันในหลาย ๆ เรื่อง เช่น บทตุ๊ดจะต้องเป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน บททอมจะต้องเป็นคนขี้เก๊ก บทเกย์จะต้องคิดถึงเรื่องเพศตลอดเวลา เป็นต้น ซึ่งเป็นการผลิตภาพซ้ำที่เมื่อผู้ชมซึมซับบ่อยเข้าก็เกิดภาพจำต่อเพศนั้น ๆ ในชีวิตจริง ส่งผลเสียต่อคนกลุ่ม LGBTQ ที่ถูกมองอย่างรวม ๆ ทั้งที่เรื่องของลักษณะนิสัยเป็นสิ่งที่มีต่างกันในมนุษย์แต่ละคน

จากประเด็นข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยจากสื่อเหล่านี้ สื่อบันเทิงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมก็จริง แต่ไม่ได้ช่วยสนับสนุน สร้างความตระหนัก และแสดงถึงสภาพที่แท้จริงของคนกลุ่ม LGBTQ ทั้งที่ใช้ความเป็น LGBTQ เป็นจุดขายและสร้างรายได้ ซ้ำร้ายในบางครั้งยังสร้างปัญหาและความเข้าใจที่ผิดให้กับคนในสังคมด้วย

LGBTQ ในสังคมไทยและสิทธิของ LGBTQ ในประเทศไทย

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นเกี่ยวกับกระแสสื่อบันเทิงที่มีการนำเสนอในแง่มุมของ LGBT มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกันสิทธิเสรีภาพและการใช้ชีวิตของ LGBT ในประเทศไทยไม่ได้พัฒนาตามกระแสนิยมแต่อย่างใด ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งเป็นกฎหมายทางเลือกในการคุ้มครองและป้องกันสิทธิแก่ผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2015 แต่ในสังคมไทยก็ยังมีการเลือกปฏิบัติกับผู้คนกลุ่ม LGBTQ อย่างเช่นกรณีของ กิ่งหลิว ข้าราชการประจำ ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่ง ที่ถูกบังคับจากระเบียบการแต่งกาย และถูกกดดันจากเพื่อนร่วมงาน และกรณีของ บุศย์ กะเทยไทย นักวิจัยอิสระ ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเป็นอาจารย์คณะของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากเป็น LGBTQ

เมื่อเทียบกันกับประเทศในอาเซียน ประเทศไทยและเวียดนามเปิดกว้างต่อ LGBTQ มากกว่าประเทศอื่น ๆ จากการจัดอันดับในช่วงต้นปีที่ผ่านมาโดย Bloomberg ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้เป็นประเทศ LGBTQ-friendly ในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวจากกลุ่ม LGBTQ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยนับเป็นมูลค่ากว่า 168 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.4 ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งประเทศไทยก็ยังไม่ได้ให้สิทธิแก่ LGBTQ ในฐานะที่คนไทยคนหนึ่งสมควรได้รับเสียทีเดียว ยังมีปัญหามากมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนคำนำหน้าของผู้ที่ได้ทำการผ่าตัดแปลงเพศ ยกตัวอย่างกรณีของบุคคลผู้หนึ่งซึ่งได้ทำการผ่าตัดแปลงเพศเป็นเพศหญิงแล้วแต่ไม่สามารถทำการเปลี่ยนคำนำหน้าจากนายเป็นนางสาวในทะเบียนราษฎรได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และนั่นหมายความว่าเธอไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิเท่าเทียมกับผู้หญิงได้เลย 

หากพูดถึงการทำงานของกลุ่ม LGBTQ ก็ยังไม่มีกฎหมายมารองรับเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานและการเลื่อนขั้นในตำแหน่งหน้าที่ ในประเทศไทยนั้นมีกลุ่ม LGBTQ ที่ทำงานอยู่ในหลากหลายสาขา แต่ก็ยังคงมีกำแพงมากีดกันในการเลื่อนขั้นการทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นรวมไปถึงงานที่ได้รับเงินเดือนที่มากขึ้น ผลการสำรวจจากเว็บไซต์ infografic.co.th พบว่า ชาว LGBTQ ยังคงถูกปฏิเสธงานอยู่มาก แบ่งเป็น คนข้ามเพศร้อยละ 77 เลสเบียนร้อยละ 62.5 และเกย์ร้อยละ 49 และปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติงานในตลาดแรงงาน โดยพบว่ากว่าร้อยละ 30 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีข้อบังคับในบริการรัฐมากกว่าคนทั่วไป อีกร้อยละ 24 ถูกที่ทำงานห้ามเปิดเผยว่าเป็น LGBTQ และกว่าร้อยละ 22.7 ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง 

แม้กระทั่งการดำเนินชีวิตประจำวัน ชาว LGBTQ ก็ยังคงได้รับการปฏิบัติที่เสมือนเป็นพลเมืองชั้นสองของสังคม จากการสำรวจโดย UNDP พบว่าร้อยละ 53 ของ LGBTQที่ทำการตอบแบบสอบถามเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ร้อยละ 16 เคยถูกทารุณกรรมทางเพศ และกว่าร้อยละ 42 เผยว่าพวกเขาต้องแสร้งเป็นเพศตามกำเนิด ทั้งที่โรงเรียน ที่ทำงาน และที่บ้าน เพื่อให้สังคมยอมรับ นอกเหนือจากสิทธิเหล่านี้แล้ว ความฝันของเหล่า LGBTQ ในการแต่งงานของเพศเดียวกันให้ถูกต้องตามกฎหมายและรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมก็ดูเหมือนจะห่างไกลยิ่งนัก

Picture4
สนับสนุนกฎหมายแต่งงานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Wasawat Lukharang/BBC Thai)

ผลกระทบของ Pop Culture ต่อ LGBTQ

จากการที่ผู้ผลิตต้องการผลิตแต่เพียงสื่อที่ ‘ขายได้’ ทำให้ยังคงตีกรอบให้กับตัวละคร LGBTQตามแบบฉบับคู่รักชาย-หญิง โดยใช้รูปแบบการดำเนินเรื่อง ภาพลักษณ์ตัวละคร การพัฒนาบทบาทของตัวละคร  ที่ล้วนพัฒนามาจากบทละครทั่วไปที่พบในละครหลังข่าว ทั้งหมดล้วนเกินจากความเห็นแก่ตัวของผู้ผลิต ขาดความใส่ใจ ความเข้าใจ และไม่ได้ทำการสำรวจอัตลักษณ์ที่แท้จริงของ LGBTQ รวมถึงปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ในชีวิตของการเป็น LGBTQ ในประเทศไทย 

ผู้สร้างสรรค์สื่อต้องการเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ และวาทกรรมที่กล่าวว่า “สาววายไม่จำเป็นต้องตระหนักถึง LGBTQ” วาทกรรมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นสิ่งขับเคลื่อนสื่อในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะในรูปแบบของละคร ซีรีส์ หรือในสิ่งพิมพ์อย่างเช่น การ์ตูนคอมิค นิยาย รวมถึงต่อยอดธุรกิจจากซีรีส์ ไปสู่การมีแฟนมีต จัดคอนเสิร์ต ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและทวีปเอเชีย อย่างเช่นซีรีส์ “Sotus the Series” ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการสร้างภาคต่อ รวมถึงมีงานแฟนมีตหลายงาน เช่น มีตแอนด์กรี๊ด EAT ว้าก และคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2019 ที่ผ่านมา อย่าง “Y I love you fan party 2019” ซึ่งบัตรรอบแรกจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียง 5 นาที

การนำอัตลักษณ์ของ LGBTQ มาสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างรายได้มหาศาลนี้ให้แก่ทั้งผู้ผลิตสื่อและตัวนักแสดงเอง  แต่มันคุ้มกันหรือไม่กับการที่ LGBTQ ในประเทศไทยต้องถูกตีกรอบที่สื่อพยายามยัดเยียดให้พวกเขาเป็นเช่นนั้น เช่น การเป็นเกย์คือต้องเป็นคนที่แต่งตัวจัด แต่งตัวหรูหรา มีความเป็นวัตถุนิยม และเป็นชนชั้นกลาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการเป็นเกย์คือเป็นเพียงความรู้สึกของผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน และมีอยู่ในทุกชนชั้น ทุกฐานะทางสังคม และทุกไลฟ์สไตล์ ผู้ผลิตละเลยสิ่งที่ควรจะตระหนักถึงและให้ความสำคัญในแง่ของศีลธรรมและจรรยาบรรณของการเป็นสื่อหลัก หากทางผู้สร้างสรรค์สื่อต่าง ๆ ให้ความตระหนักต่อสิทธิและความเป็นอยู่ของ LGBTQ ในประเทศไทย ได้มากเท่าที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการสร้างรายได้จากการขายสื่อที่นำอัตลักษณ์ของ LGBTQ มานำเสนอ ประเทศไทยก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมจากคำว่า “ความเท่าเทียมทางเพศที่แท้จริง”

Pop Culture มีส่วนร่วมในการทำให้สังคมตระหนักถึง LGBTQ ได้อย่างไร

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีสื่อหลายแห่งทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่มีการนำกลุ่ม LGBTQ มานำเสนอบนสื่อโทรทัศน์เช่นรายการ “Modern Family” รายการ Reality Show ของสถานี ABC ที่มีการเผยแพร่คู่รักชาย-ชายระหว่างเลี้ยงดูบุตรสาว รวมไปถึงรายการ The Foster ที่มีการเผยแพร่โดยสถานี ABC Family และรายการของ Amazon ที่มีชื่อว่า “Transparent”

ผลจากการสำรวจของ The Hollywood Reporter พบว่าร้อยละ 27 ของผู้ที่ทำการตอบแบบสำรวจ เห็นด้วยว่ารายการ “Modern Family” และ “Glee” มีอิทธิพลให้กลุ่มผู้ชมรายการหันมาสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน และผลการสำรวจจาก GLADD เผยว่าร้อยละ 29 ของผู้ทำการตอบแบบสอบถามคิดว่าการที่พวกเขาได้เห็นการนำเสนอ LGBTQ บนสื่อโทรทัศน์ช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนมุมมองต่อ LGBTQ ไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีนักแสดงที่ได้รับบทบาทให้แสดงเป็น LGBTQ กว่า 33 ตัวละคร บน Prime Time หรือช่วงเวลาที่โทรทัศน์มีจำนวนผู้ชมมากที่สุด และกว่า 64 ตัวละคร บนรายการโทรทัศน์ช่วงเวลาปกติ ในปี 2014-2015 ซึ่งตัวเลขได้เพิ่มขึ้นจาก 42 ตัวละคร ในปี 2013-2014 

ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยนั้น มีจำนวนซีรีส์วายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2015 ที่มีจำนวนซีรี่ส์วายเพียง 5 เรื่อง นิยายวาย 12 เรื่อง ในปี 2017 มีจำนวนซีรีส์วายกว่า 34 เรื่อง และจำนวนนิยายวายเพิ่มขึ้นเป็น 45 เรื่อง จะเห็นได้ว่าตัวเลขของสื่อที่เกี่ยวกับ LGBTQในช่วงปีที่ผ่านมานั้นได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าหากได้รับการนำเสนอที่ถูกต้อง คุณภาพชีวิตและสิทธิของ LGBTQ ในประเทศไทยจะพัฒนาในเชิงรูปธรรมไปในแนวทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ทิศทางของ LGBTQ ใน Pop Culture สู่สังคมที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทิศทางของรูปแบบการนำเสนอ LGBTQ ใน Pop Culture ของประเทศไทยนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งทางด้านผู้ผลิตสื่อ นักแสดง และตัวผู้เสพสื่อเอง ในโอกาสนี้ พวกเราในฐานะผู้เขียนบทความก็มีแนวทางมานำเสนอแก่ผู้อ่านที่พวกเราคิดว่าจะมีส่วนในการพัฒนารูปแบบการนำเสนอ LGBTQ ใน Pop Culture ของไทยให้ดีขึ้น ดังนี้

  • ผู้สร้างสรรค์ผลงานทำการสำรวจอัตลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQ ที่แท้จริงก่อนนำมาทำผลงาน และไม่สร้างการมองภาพแบบเหมารวม ให้แก่ LGBTQ
  • ให้โอกาสและสนับสนุนให้บุคคลกลุ่ม LGBTQ ได้เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวของตัวเอง ทั้งทางด้านการเข้ามาเป็นผู้ผลิตสื่อและด้านการแสดง
  • ผู้สร้างสรรค์สื่อออกนอกกรอบจากการผลิตสื่อ LGBTQ ที่มีโครงเรื่องมาจากละครคู่รักชาย-หญิงทั่วไปและเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับรักโรแมนติก ให้มีการเปิดกว้างหลายหลายแนวมาก เช่น ตัวละครหลักเป็น LGBTQ ในโครงเรื่อง แนวผจญภัย, Sci-Fi โดยลบประเภทวายออก
  • ผู้มีชื่อเสียงในวงการใช้พื้นที่ที่ตนมีอยู่เป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มสังคม LGBTQ 
  • ผู้บริโภคเปลี่ยนทัศนคติ ตระหนักถึง LGBTQ และสนับสนุนผลงานที่ไม่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่กลุ่ม LGBTQ

แค่เพียงผู้เขียนก็คงจะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม หรือให้ความเป็นธรรมแก่ LGBTQ ได้มากนัก แต่ถ้าพวกเราทุกคนในสังคมไม่ร่วมมือกันสร้างความเท่าเทียมทางเพศในสังคม ประเทศไทยก็คงยังมีการเลือกปฏิบัติและความเหลื่อมล้ำทางเพศเกิดขึ้นต่อไปไม่รู้จบหากไม่มีคนลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นและสร้างความเปลี่ยนแปลง  และนี่ก็เป็นเพียงความเห็นเล็ก ๆ จากผู้เขียน แล้วผู้อ่านทุกท่านล่ะ อยากเห็น LGBT ใน Pop Culture ของไทยเปลี่ยนไปในทิศทางไหน และจะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร…?

บรรณานุกรม

All things considered. (2015). How the entertainment industry helped influence support for LGBT issues. สืบค้น 15 มิถุนายน 2020, จาก https://www.npr.org/2015/06/28/418355215/how-the-entertainment-industry-helped-influence-support-for-lgbt-issues

Bangkok post editorial column. (2019). Thailand still lags in LGBT issues. สืบค้น 10 มิถุนายน 2020, จาก https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/1680244/thailand-still-lags-in-lgbt-issues

City life group. (2020). Is Thailand really LGBT friendly?. สืบค้น 10 มิถุนายน 2020, จาก https://www.chaingmaicitylife.com/clg/our-city/lgbt/is-Thailand-really-lbgt-friendly/

Infographic Thailand. (2014). สังคมไทยยอมรับ LGBT แค่เพียงลมปาก. สืบค้น 8 มิถุนายน 2020, จาก http://infographic.in.th/infographic

Marketingoops. (2020). คอนเทนต์ ซีรีส์วาย กลายเป็น กระแสหลักนักการตลาด-นักโฆษณาจะจับเทรนด์นี้อย่างไร. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://www.marketingoops.com/line-tv-y-series-trends/

Natjanan Ketsuwan. (2017). ยอดดูซีรีส์วายพุ่งเกิน 600 ล้าน. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://nisitjournal.press/2017/12/07/series-y-2017/

Outright Action International. (2019). Thailand outright. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://outrightinternational.org/region/thailand

Pran Suwannatat. (2020). เพราะเราคู่กัน ซีรีส์วายที่ต่อลมหายใจให้ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ช่องทีวี. สืบค้น 5 มิถุนายน 2020, จาก https://brandinside.asia/y-series-tv-book-business/

UNDP Thailand. (2019). New study reveals favorable attitudes towards LGBT people in Thailand. สืบค้น 9 มิถุนายน 2020, จาก https://www.th.undp.org/content/thailand

William Douglas. (2020). Pop cultures help change minds on gay rights. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://www.seattletimes.com/nation-world-/pop-culture-helps-change-minds-on-gays-rights/

เจิมสิริ เหลืองศุภภรณ์. (2018). ป๊อปคัลเจอร์ช่วยสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างไร. สืบค้น 11มิถุนายน 2020, จาก https://www.sanook.com/movie/94341/

เหยี่ยวเทย. (2020). ฟินก็พอได้แต่ซีรีส์วายก็อาจกลายเป็นปัญหากับ LGBT เสียเอง. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://thestandard.co/editors-desk-the-standard-pop/

ไทยรัฐออนไลน์. (2018). สิทธิมนุษยชนในคนข้ามเพศ. สืบค้น 15 มิถุนายน 2020, จาก https://thairath.co.th/news/society/1070779

กรุงเทพธุรกิจ. (2020). ส่องมูลค่าตลาด ซีรีส์วาย เรื่องรัก ชายชาย ที่ได้ใจคนดูทุกเพศ. สืบค้น 7 มิถุนายน 2020, จาก https://bangkoknews.com/news/detail/884794

คมชัดลึก. (2020). แปลงเพศแล้วขอแก้ไขคำนำหน้านามและเพศในทะเบียนราษฎรได้หรือไม่. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก  https://www.komchadluek.net/news/scoop/372897

ประชาชาติธุรกิจ. (2019). ซีรีส์วาย แรง แกรมมี่ต่อยอดธุรกิจรอบทิศ. สืบค้น 13 มิถุนายน 2020, จาก https://www.prachachat.net/marketing/news

ปรเมศวร์ ตั้งสถาพร. (2020). กดซ้ำ กดซ้อน บรรทัดฐานความรักเพศเดียวกันกับซีรีส์วาย. สืบค้น 13 มิถุนายน 2020, จาก https://spectrum.com/2020/02/04/กดซ้ำ-กดซ้อน-บรรทัดฐานค/

พลพัต สาเลยยกานนท. (2020). เปิดขุมทรัพย์LGBTในไทยสวรรค์แห่งความหลากหลายทางเพศ. สืบค้น 14 มิถุนายน 2020, จาก https://businesstoday.co/cover-story/30/01/2020/marketing/lgbt

วัชชิรานนท์ ทองเทพ. (2020). เพราะเราคู่กัน วัฒนธรรมวายคืออะไร ทำไมคั่นกู จึงเพิ่มความสนใจซีรีส์ คู่จิ้นชาย-ชาย. สืบค้น 10 มิถุนายน 2020, จาก https://www.bbc.com/thai/features-52240707

แชร์: