วันจันทร์ - วันศุกร์ 09:00 – 17:00 / วันอาทิตย์ - วันเสาร์ ปิด ysdathailand@ysda.org

เที่ยวอย่างไร ให้เพอร์เฟกต์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายต่อหลายคนเคยไปท่องเที่ยว และอีกหลายคนมีความต้องการเที่ยว เช่น ในวันหยุดยาวหรือในวันหยุดเทศกาล เรามักจะถามเพื่อนว่า “ไปเที่ยวไหนกันดี” การท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปโดยปริยาย อีกทั้งยังเป็นการเติมพลังให้ร่างกายที่ได้ใช้ไปกับการทำงาน การเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการจ้างงานที่มากที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่ง โดยมีการ โดยมีการจัดหางานมากกว่า 250 ล้านงาน สร้างรายได้มากกว่า 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  และเป็นแหล่งรายได้หลักมากกว่าร้อยละ 80 ของประเทศทั่วโลก ซึ่งปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวในปัจจุบันเติบโตอย่างมากมีหลายปัจจัย เช่น การคมนาคมที่สะดวกมากขึ้นทำให้ระยะเวลาการเดินทางลดลง โฆษณา หรืออินเทอร์เน็ตก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้นักเดินทางเข้าถึงได้ง่ายขึ้น


 แผนที่แสดงจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโดยใช้เกณฑ์การใช้จ่ายเงิน (photo credit:unwto.org)

ธรรมชาติล้วนเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนสรรหา การท่องเที่ยวจึงเป็นการตอบโจทย์ที่ดีอย่างหนึ่ง ทั้งหาดทราย ทะเลสาบ ภูเขา แม่น้ำ ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินมหาศาล ในบางพื้นที่ที่ไม่ได้มีธรรมชาติเป็นจุดขาย ก็อาจจะสร้างจุดขายเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ การตามรอยภาพยนตร์ หรือแม้แต่อัตลักษณ์ของชุมชน

ตามที่กล่าวมานั้นการท่องเที่ยวก็ดูเหมือนจะมีประโยชน์มากมาย แต่ในความเป็นจริงการท่องเที่ยวนั้นก็สร้างผลเสียไม่แพ้กัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เหรียญมีสองด้านเสมอ” ทุกสิ่งย่อมมีผลดีและผลเสียในตัวเอง

แล้วอะไรล่ะที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวในปัจจุบัน

การท่องเที่ยวในปัจจุบันมีทั้งแบบยั่งยืนและไม่ยั่งยืน ซึ่งส่วนมากจะเป็นแบบไม่ยั่งยืนมากกว่า โดยจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายท่านก็คงรู้ผลกระทบของมันอยู่แล้ว ทั้งทำร้ายธรรมชาติ ทำให้ระบบนิเวศได้รับการรบกวนมากไป เช่น ปัญหาขยะตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเช่นบริเวณโดยรอบของยอดเขาเอเวอร์เรส ยอดเขาที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเนปาลกว่าปีละ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปีที่แล้วได้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ และสามารถลำเลียงขยะกว่า 11 ตันลงมาได้ โดยส่วนมากจะเป็นถังออกซิเจนที่ใช้แล้ว ขวดพลาสติก กระป๋อง แบตเตอรี และอีกหลายต่อหลายอย่าง ซึ่งเป็นซึ่งที่นักท่องเที่ยวนำขึ้นไปทั้งสิ้น โดยขยะเหล่านั้นส่งผลให้สีของหิมะเข้มขึ้นและกำลังแย่ลง

image3
ชาวเชอร์ปากำลังขนขยะบนยอดเขาเอเวอร์เรสที่ความสูงกว่า 8000 เมตร (photo credit: Namgyal Sherpa/AFP/Getty)

นอกจากผลกระทบต่อธรรมชาติแล้ว ขยะยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ทั้งเปลี่ยนจากสถานที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย หรือที่ประวัติศาสตร์มาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวสามารถรบกวนวิถีชีวิตปกติได้แล้ว ยังสามารถทำให้วิถีชีวิตเหล่านั้นเปลี่ยนแปลง หรือสูญหายไปได้อีกด้วย เช่น ในแอฟริกา การถ่ายรูปกับชนเผ่าต่าง ๆ เป็นที่ยอดนิยมในหมู่นักเดินทาง แต่รู้หรือไม่ว่าชนเผ่าเหล่านั้นบางคนได้ละทิ้งจากงานที่ทำอยู่มาแต่งชุดชนเผ่าของตัวเองเพื่อขอเงินจากนักท่องเที่ยว ซึ่งพวกเขาอาจยังไม่ทราบว่าสิ่งที่เขาทำเป็นการทำงานแบบฉาบฉวย ไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน และทำให้วิถีชีวิตของชนเผ่านั้น ๆ อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ 

การท่องเที่ยวก็ดูเหมือนจะดี แล้วผลเสียของมันคืออะไร

  • งานสำหรับคนในท้องถิ่นได้รับค่าแรงที่ไม่เหมาะสม ทำงานหนักและเงื่อนไขในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ขณะที่บริษัททัวร์ให้กำไรผู้บริหารชาวต่างประเทศในอัตราที่สูง บางครั้งการจ้างงานในการท่องเที่ยวเป็นแบบฤดูกาล ดังนั้นคนที่เกี่ยวข้องสามารถได้รับเงินเพียงแค่บางช่วงของปี
  • บริษัททัวร์ข้ามชาติ ตัวแทนท่องเที่ยว สายการบิน และโรงแรมได้รับเงินที่ใช้จ่ายส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงเหลือรายได้เพียงแค่จำนวนน้อยที่มาถึงคนในท้องถิ่น
  • การมาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและทำร้ายหรือรบกวนสัตว์ป่าและที่อยู่ตามธรรมชาติ  พืชตามธรรมชาติถูกเคลื่อนย้ายเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวก็เป็นสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ เช่น ขยะ มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ
  • วัฒนธรรมท้องถิ่นอาจถูกเปลี่ยนแปลงจากการท่องเที่ยว เนื่องจากท้องถิ่นลอกเลียนแบบพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว วัฒนธรรมอาจกลายเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น
  • ราคาที่ดินและราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ซึ่งทำให้ที่อยู่อาศัยราคาแพงเกินไปสำหรับคนพื้นเมือง
  • พื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัย พื้นที่สำหรับประมงพื้นบ้าน และพื้นที่เพาะปลูกที่มีคุณภาพดี อาจจะหายไปเมื่อโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ถูกสร้างขึ้น
  • การท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบจากท้องถิ่นและเหตุการณ์สำคัญของโลกอย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การก่อการร้าย โรคระบาดตามธรรมชาติ และจำนวนนักท่องเที่ยวสามารถลดลงอย่างมากโดยทันที
  • การท่องเที่ยวอาจเพิ่มอัตราการก่ออาชญากรรมหรือทำให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมายสามารถเติบโตขึ้น เช่น สารเสพติด การท่องเที่ยวทางเพศ และการค้าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของผลกระทบจากการท่องเที่ยว และยังมีอีกมากมายนอกจากนี้

image1
เศษขยะที่พบในทะเลที่ถูกพัดพามาเทียบชายฝั่งครอบคลุมหาดบนเกาะเลย์ซัน ฮาวาย (Susan White/USFWS)

หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจกำลังสงสัยว่า “แล้วเราจะจัดการอะไรกับการท่องเที่ยวให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดได้บ้าง” ซึ่งการจัดการนั้นมีหลากหลายรูปแบบโดยหนึ่งในนั้นคือ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแปลอย่างง่าย คือ การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้สมดุลกัน ไม่มีทางใดทางหนึ่งเสียหาย และการท่องเที่ยวนั้นจะไม่ส่งผลต่อทรัพยากรในอนาคต ซึ่งก็มีอีกหลากหลายแบบ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา คือการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ โดยจะมีแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมาถึงสิ่งแวดล้อมที่ละเอียดอ่อน เช่น การป้องกันธรรมชาติ โดยการเดินตามทางเดิน ไม่ทิ้งขยะหรือวัตถุไวไฟ หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่นำเข้า เช่น ในบางประเทศห้ามนำพืชพันธุ์ที่ไม่ใช่พืชพื้นถิ่นเข้าและออกนอกประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการกลายพันธุ์และการทำร้ายพันธุ์พืชพื้นเมือง และนอกจากนี้ยังมีการเคารพวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณี ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับคนในท้องถิ่น เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ทางศาสนา หรือไม่สวมเสื้อผ้าตามชายหาด โดยนักท่องเที่ยวควรพยายามเรียนรู้ภาษาในพื้นที่ และแสดงความสนใจต่อวัฒนธรรมนั้น ๆ ซึ่งแนวปฏิบัติที่กล่าวนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งยังมีอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราสามารถปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นการทำร้ายสถานที่ท่องเที่ยว

ตัวอย่างการจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

หมู่เกาะกาลาปากอส ประเทศเอกวาดอร์ เป็นเกาะที่มีพืชและสัตว์มากมายหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเจอได้ในพื้นที่อื่นทั่วโลก เนื่องมาจากหมู่เกาะแห่งนี้ตัดขาดจากส่วนอื่นๆของโลกโดยมีมหาสมุทรแปซิฟิกคั่นเอาไว้ โดยการจัดการคือ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเข้าเป็นจำนวน 100 เหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นการกำจัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้รบกวนธรรมชาติมากเกินไป และนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเข้มงวด เช่น

  • ไม่ควรจับ ให้อาหาร หรือรบกวนสัตว์ เพราะจะทำให้สัตว์สูญเสียพฤติกรรมตามธรรมชาติ
  • นักท่องเที่ยวสามารถมาได้โดยเรือขนาดเล็กที่บรรจุได้ 10 ถึง 16 คน เท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะมีเจ้าของเป็นคนในพื้นที่เพื่อเป็นการป้องกันการรบกวนธรรมชาติและกระจายรายได้ไปในตัว
  • จำกัดพื้นที่การท่องเที่ยว เพื่อให้ส่วนอื่น ๆ ได้รับการป้องกัน และการเดินตามทางที่กำหนดเท่านั้น

image2
ภาพแมวน้ำบนหาดทราย ที่หมู่เกาะกาลาปากอส (andbeyond.com/Galapagos/visit-galapagos-islands)

แล้วประเทศไทยของเราล่ะ มีที่ไหนที่ทำไปแล้วบ้าง

ที่หมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก รวมถึงมีนักลงทุนหรือผู้ประกอบการจากภายนอกชุมชนเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือที่พักโฮมสเตย์ ทำให้หมู่บ้านเริ่มเกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในชุมชนเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มมีการย้ายออกของคนในชุมชนอันเกิดจากการขายที่ดินหรือปล่อยเช่าที่ดินให้กับคนภายนอกมากขึ้น ปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยว ปัญหาการจราจรแออัดในช่วงวันหยุด ปัญหาการจัดการขยะ หรือแม้แต่ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นต้น ต่อมาหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือโดยใช้หลักการการท่องเที่ยวโดยชุมชน คือ การให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคิดการบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผ่านการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานและคนในชุมชน ร่วมกันหารือถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่หมู่บ้านเผชิญ ทำให้หมู่บ้านได้ข้อตกลงเพื่อเป็นหลักปฏิบัติร่วมกันภายในชุมชนซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ทำให้หมู่บ้านแม่กำปองสามารถคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนรวมถึง ทรัพยากรและธรรมชาติของหมู่บ้านไว้ได้

การท่องเที่ยวที่ดี นอกจากจะดีต่อนักท่องเที่ยวแล้ว จะต้องดีต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะธรรมชาติเกื้อกูลมนุษย์ และมนุษย์ก็ต้องเกื้อกูลธรรมชาติเช่นกัน ถ้าหากการท่องเที่ยวทำร้ายสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเป็นทุกข์ แล้วเราในฐานะนักท่องเที่ยวจะมีความสุขได้อย่างไร ดังนั้นเราทุกคนควรจะท่องเที่ยวในฐานะผู้อาศัย ไม่ใช่ในฐานะผู้บุกรุก เราจึงจะได้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีคุณค่าคงอยู่สืบต่อไป 

ผู้เขียนบทความ Kennada

บรรณานุกรม

ชุติมา ซุ้นเจริญ, ธนชัย แสงจันทร์. (2561).  แม่กำปองร้องทุกข์. สืบค้น 11 มิถุนายน 2563,  จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/788111

ชุติมา ซุ้นเจริญ, ปริญญา ชาวสมุน. (2562).  ระเบิดจากข้างในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น.  สืบค้น 11 มิถุนายน2563,   จาก   https://judprakai.bangkokbiznews.com/social/1177

Cambers, & Sibley. (2015). Cambridge IGCSE and O Level Geography Coursebook. Dubai:Cambridge university press.

Kyle Swenson. (2019, June 6). Mount Everest is full of garbage. A cleanup crew just hauled off 24,000 pounds of waste. Retrieved June 9, 2020, from The Washington Post

Website: https://www.washingtonpost.com/nation/2019/06/06/mount-everestgarbage -pounds-waste-human-bodies/