YSDA อดีต ปัจจุบัน อนาคต

ที่มาของสมัชชายุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย

สมัชชายุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย (YSDA)เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2562 โดยคุณสุทธิโชค จิตรศรีสมบัติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์และดำรงตำแหน่งรักษาการประธานกรรมการนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ในขณะนั้น ตลอดเวลา 1 ปีที่คุณสุทธิโชคได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการนักศึกษาของวิทยาลัยฯ คุณสุทธิโชคได้ทำโครงการเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาภายในคณะทั้งสัญชาติไทยและต่างประเทศสนใจเรื่องเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ต่อมาเมื่อหมดวาระ คุณสุทธิโชคได้มองเห็นปรากฎการณ์สิ่งแวดล้อมและสังคมรอบตนเอง ซึ่งในขณะนั้นมีวิกฤตการณ์ทางอากาศของกรุงเทพมหนาคร คือ PM2.5 ที่กำลังลอยฟุ้งไปทั่วจนทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ด้วยปรากฎการณ์ดังกล่าวนี้บวกกับการเสพข่าวสารต่างๆรอบตัว ทำให้คุณสุทธิโชคนึกถึงเนื้อหาของวิชา TU103 วิชาชีวิตกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของวิทยาลัยฯที่คุณสุทธิโชคได้ศึกษาไปเมื่อตอนชั้นปีที่ 1 เนื้อหาของวิชาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ภายในจิตใจของคุณสุทธิโชคในขณะนั้นเริ่มต้นคิดว่า

“เราในฐานะที่เป็นเยาวชนคนหนึ่งของประเทศไทย ในขณะเดียวกันที่เราก็เป็นเซเปียนส์คนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนโลกนี้เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้โลกนี้ยั่งยืน เราจะอะไรได้บ้างที่สร้างสังคมที่เท่าเทียม สร้างการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม จะทำยังไงให้กรอบของกฎกติกาที่อยู่ในประเทศเราและโลกเรามีความยุติธรรมมากขึ้น เราในฐานะเยาวชนจะทำอะไรได้บ้าง ตัวพี่เอง (คุณสุทธิโชค) เป็นคนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์อยู่แล้ว สิ่งแรกที่พี่ (คุณสุทธิโชค) คิดได้ ณ ขณะนั้นคือ พี่มีทรัพยากรบุคคล ซึ่งก็คือพวกเราทุกคน พี่มีโอกาสได้ติวหนังสือให้พวกเรา และพี่ก็เห็นแววของน้องๆทุกคนว่าน้องๆทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ได้ พี่ก็เลยเริ่มไปปรึกษาอาจารย์ที่สอนพี่ตอนปี 1 ซึ่งก็คืออาจารย์ชล บุนนาค ที่มาบรรยายให้พวกเราฟังเมื่อวานนี้ พอเจออาจารย์ส่งเสริมกำลังใจว่ายังไม่มีใครทำเป็นองค์กรจริงจังในภาคเยาวชนเลยในประเทศนี้ และทราบว่าวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์และคณบดีสนับสนุนเรื่องนี้ พี่ก็ตัดสินใจทำทันทีแบบไม่ลังเลเลย แล้วก็นั่นแหละ เลยเกิดพวกเราที่นั่งอยู่ในห้องนี้ขึ้นมา (เสียงปรบมือ)”

คุณสุทธิโชค ในฐานะผู้ริเริ่มสมัชชายุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทยได้อุทิศทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจเพื่อทำให้สมัชชาฯ เดินหน้า เพื่อให้เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติเขถิบเข้าใกล้จุดสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ในเหตุการณ์นี้ คุณสุทธิโชคเคยตอบคำถามสดที่มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายคนหนึ่งถามคุณสุทธิโชคว่า “เป้าหมายนี้มันดูใหญ่มากเลย ดูจะสำเร็จยากด้วย แล้วเราแค่ตัวเล็กๆที่ผู้ใหญ่ชอบบอกว่าเราคิดไม่เป็น ไม่ได้เก่งเหมือนพวกผู้ใหญ่ที่ชอบพูดว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน เราจะทำได้หรือ”

คุณสุทธิโชคตอบคำถามนี้ว่า “YSDA ไม่ได้มีเป้าหมายจะย้ายโลกไปอยู่ที่ดาวเสาร์นะ (เสียงหัวเราะ) เป็นเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาถิ่นที่อยู่ของเราให้มันอยู่ได้ไปอีกนานแสนนาน เป็นเป้าหมายที่ต้องการให้รุ่นลูกรุ่นหลานหรือยันรุ่นหน้าๆๆในอนาคตไม่ต้องลำบากหรืออยู่ในโลกที่แย่ขึ้นเพราะการกระทำของคนในยุคปัจจุบันเนี่ยแหละ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราบอกว่ายาก สำหรับพี่มันเป็นแค่เรื่องที่ท้าทาย และเพราะความท้าทายเนี่ยแหละทำให้พี่ (คุณสุทธิโชค) เริ่มทำ YSDA…บุคคลในประวัติศาสตร์ที่ทำเรื่องยิ่งใหญ่ระดับโลกก็ทำเรื่องที่คนทั่วไปคิดว่าทำให้สำเร็จได้ยากนะ แต่เพราะเขาเห็นโอกาส และเพราะเขามีความเชื่อมั่นเนี่ยแหละ สุดท้ายเขาก็พิสูจน์ให้ทั้งโลกเห็นว่าทั้งโลกอะคิดผิด เขาพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นไปได้ มันทำได้… ถ้าโฟกัสที่ปัญหาก็จะไม่เห็นหนทางที่จะไปสู่ความสำเร็จ ถ้าโฟกัสที่ความสำเร็จก็จะเข้าใจว่าปัญหาเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องฝ่าฟัน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เรามีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้เดินต่อได้จนไปถึงเส้นชัย… เวลาจะทำอะไรอย่าเอาแค่ปัจจัยเรื่องยากง่ายมาเป็นตัวตัดสิน ต้องคิดว่ามันคุ้มค่ามั้ยที่จะลงมือทำ สำหรับเรื่อง YSDA หรือเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเนี่ย พี่บอกได้เลยว่า มันคุ้มค่ามากๆที่พวกเราจะลงมือทำอย่างเต็มที่ เพื่อตัวของเราเองนะ” (จากบันทึกคำสัมภาษณ์ในงาน SDGs Youth Camp: The Changer 1 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2562)

จากคุณสุทธิโชคเพียงคนเดียวในวันนั้นที่ตั้งเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคยุวชน หลังจากนั้น ยุวชนคนที่ 2 คนที่ 3 และยุวชนจำนวนมากก็ได้ลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านช่องทางของ YSDA ปัจจุบันนี้ สมัชชายุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย (YSDA) มีเป้าหมายเพื่อขยายขอบข่ายของสมาชิกยุวชนให้ครบในทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมิได้คำนึงถึงเชื้อชาติ ภาษา หรือวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น เพื่อบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติให้ได้ภายในปีค.ศ.2030